เทคโนโลยี2022

การจัดการเรียนแบบ Remote Learning เพื่อการสอนแบบ Teach From Home

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด-19 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นอย่างเร็วทำให้ทุกคนไม่สบายใจกับการเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคถ้าเกิดจำเป็นต้องออกมาจากบ้านมาพบปะสนทนากันในสถานที่ต่างๆโดยเหตุนี้ หลากหลายองค์กรก็เลยได้ตอบรับแนวทางของภาครัฐสำหรับในการลดการเสี่ยงด้วยการเพิ่มระยะห่างระหว่างกันในสังคม โดยอนุญาตให้บุคลากรดำเนินงานจากที่บ้าน หรือเรียกกันแบบเก๋ๆว่า Work from home (WFH) จนกระทั่งทำให้ปริมาณผู้ใช้โปรแกรม Zoom.us ซึ่งเป็นแฟลตฟอร์มในการสัมมนาระยะไกล (Video Conference) มากขึ้นจาก 10 ล้านคนทั้งโลก เป็น 200 ล้านคนต่อวัน ไม่เพียงแค่ภาคธุรกิจแค่นั้นที่ได้รับผลพวงรวมทั้งจะต้องปรับวิธีทำงาน ในส่วนของหน่วยงานทางการศึกษาเองก็เหมือนกันที่จำเป็นต้องปรับขั้นตอนจัดแจงเรียนการสอน โดยนำเอาเทคโนโลยีรวมทั้งบรรดาวัสดุที่จะสามารถช่วยสำหรับเพื่อการดำเนินกิจกรรมการศึกษาการสอนแบบออนไลน์เข้ามาประยุกต์เพื่อคุณครูแล้วก็เด็กๆสามารถจัดกิจกรรมการศึกษาถัดไปได้ภายใต้วิกฤติโรคระบาดนี้ โดยคุณครู คุณครู รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาผู้คนจำนวนมากบางครั้งก็อาจจะยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจกันมาก่อน ก็เลยอาจพูดได้ว่า “วัววิด-19” เป็นตัวรีบปฏิกิริยาสำหรับการปฏิวัติ (Transfomation) โรงเรียนสู่หน่วยงานสมัยดิจิทัลในเวลาเพียงแค่ชั่วช้าข้ามคืนเลยก็ว่าได้

ภายใต้ความสับสน ระส่ำระสาย และก็สถานการณ์ที่มีความไม่เที่ยงสูงเกี่ยวกับระบุวันเปิดเทอมใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดก็ถูกเลื่อนออกไปจากวันที่ 15 พ.ค. เป็นวันที่ 1 กรกฏาคม 2563 แม้กระนั้นก็ยังปราศจากความแจ้งชัดในแบบอย่างการจัดการเรียนการสอน นำมาซึ่งการทำให้หลายสถานศึกษาเริ่มมองหากรรมวิธีที่จะจัดแจงทำความเข้าใจในแบบที่อาจารย์กับเด็กบางทีอาจจะมิได้อยู่ด้านในห้องเดียวกัน หรือที่เรียกว่า “การจัดการเรียนรู้ระยะไกล” (Distance or Remote Learning) และก็ด้วยความไม่คุ้นเคยกับการจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้ ทำให้ประธานแล้วก็คุณครูผู้คนจำนวนมากบางทีอาจนึกออกเพียงการใช้คุณครูตู้ (การเล่าเรียนระยะไกลผ่านดาวเทียมหรือระบบโทรทัศน์ดิจิทัล) แล้วก็การใช้การสัมมนาระยะไกลมาตอบแทนการสอนแบบชี้แจงในห้องเรียนแล้วให้เด็กๆนั่งฟังคุณครูเล่าวิชาความรู้อยู่ที่บ้าน ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่เต็มอกดีว่า “มันไม่เวิร์ค”

นอกเหนือจากการปรับปรุงอาจารย์ให้พร้อมกับการออกแบบกิจกรรมการศึกษาแบบออนไลน์รวมทั้งการแจกแท็ปเล็ตให้กับเด็กๆ(ซึ่งอาจจะจะต้องประเมินความคุ้มราคาให้ดีซะก่อน) เพื่อเตรียมพร้อมสู่การศึกษาเล่าเรียนแบบ Remote Learning แล้ว สถานที่เรียนบางทีอาจจะต้องใช้ความร่วมแรงร่วมใจจากหลายข้างร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของโรงเรียน คุณครู แล้วก็ผู้ดูแล โดยนอกเหนือจากที่จะจำต้องชี้แจ้งให้ทุกคนกำเนิดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหนทางสำหรับในการจัดแจงเรียนการสอนแล้ว ก็คงจะจำต้องทำตรวจความพร้อมเพรียงของผู้เรียนและก็ผู้ดูแลด้วย ดังเช่นว่า วัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับการศึกษา การสามารถสำหรับเพื่อการเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หนทางที่สบายสำหรับการติดต่อสื่อสาร เวลาสำหรับในการดูแลลูกหลานรวมทั้งภาระหน้าที่ของผู้ดูแล รวมทั้งความรู้ความเข้าใจสำหรับการรู้หนังสือของคนภายในบ้านด้วย (ในกรณีของครอบครัวชนเผ่าหรือคนต่างด้าว ที่บางทีอาจไม่ติดต่อสื่อสารด้วยภาษาไทย)